สังเวชนียสถาน
๓. สารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา
โลกได้รับแสงสว่างด้วยปัญญา ด้วยเหตุด้วยผล ก็เพราะพระธรรมเทศนากัณฑ์นี้เป็นเริ่มแรก จากผลการปฏิบัติและบำเพ็ญเพียรอย่างหนักตลอดเวลา ๖ ปี จนพระองค์ได้ตรัสรู้ เทศนาครั้งแรกหมายถึงการประกาศสัจธรรมต่อชาวโลกที่เริ่มต้นและต่อๆ ไป สถานที่นี้จึงได้ชื่อว่า "สารนาถ" หมายถึงพื้นที่อันมีสาระประเสริฐสุดของมวลมนุษย์ สถานที่นี้ตั้งอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันเดิมนั่นเอง ห่างจากเมืองพาราณสี ๖ ไมล์ มีสถูปโบราณวัตถุ ทรงบาตรคว่ำ มียอดทรงกรวยวัดโดยรอบประมาณ ๑๒๐ ฟิต สูงประมาณ ๘๐ ฟิต มีชื่อเรียกว่า "ธรรมเมกขสถูป" หมายถึง สถานที่แสดงธรรมที่นำให้ถึงความหลุดพ้น ดังนั้น พระธัมมจักกัปปวัตนสูตา ซึ่งเป็นพระธรรมเทศนากัณฑ์แรกของพระพุทธองค์จึงเป็นพระสูตรที่ชาวพุทธทั่วโลกได้สนใจศึกษาค้นคว้ากันอย่างแพร่หลายและศึกษากันอย่างแท้จริง
เนื้อที่บริเวณ สารนาถ กว้างใหญ่มาก มีซากโบราณวัตถุที่ทำการขุดค้นแล้วอย่างมากมาย ปรากฏมีพระมูลคันธกุฎีที่ประทับของพระพุทธองค์ยังปรากฏอยู่ เสาหินของพระเจ้าอโศกมหาราชยังได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดี แม้จะหักเป็นท่อนๆ ก็ยังสามารถพิจารณาประกอบในด้านวิชการด้านโบราณคดีได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถมองเห็นภาพพจน์ในสมัยพุทธกาลด้วยความศรัทธายิ่ง สถานที่นี้ รัฐบาลอินเดียให้ความอารักขาดูแลป็นอย่างดีพร้อมทั้งได้จำลองสวนกวางในสมัยพุทธกาลไว้ให้ปรากฏด้วย ท่าน
อนาคาริก ธัมมปาละ ชาวลังกาได้เสริมสร้าง พระคันธกุฏี จำลอง รูปทรงจากเจดีย์พุทธคยาและดัดแปลงให้มีห้องโถงไว้ด้านข้างของ ธรรมเมกขสถูป ด้วยความน่าดูยิ่ง
เจาคันธีสถูป ห่างจาก ธรรมเมกขสถูป ประมาณ ๗ เส้น ซึ่งเป็นต้นทางจะปรากฎมีเนินดินสูง ส่วนบนมีลักษณะก่ออิฐโบราณ ๖ เหลี่ยม (ทราบว่ามุสลิมมายึดสร้างเป็นที่ฝังศพตอนหลัง) สถานที่นี้เรียกว่า เจาคันธีสถูป หมายถึงสถานที่ๆ พระปัญจวัคคีย์ ซึ่งหนีพระพุทธองค์จากพุทธคยามาอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ได้เริ่มมองเห็นพระพุธทธเจ้า ตอนที่มาโปรดเบญจวัคคีย์ครั้งแรก
ที่เมืองพาราณสีเป็นเมืองที่มีแม่น้ำคงคาไหลผ่านชิดตัวเมืองพอดี และเป็นแห่งเดียวที่ปรากฏว่า แม่น้ำคงคา เป็นแม่น้ำที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดียวที่นับถือศาสนาฮินดูอย่างล้นเหลือ ท่า อัศวเมศร ที่ริมคงคาก็ยังปรากฏอยู่ พิธีอาบน้ำคงคาเพื่อลอยบาปก็ยังปรากฏอยู่ โดยเฉพาะในเทศกาล เดือน ๑๑ เพ็ญ พิธีอาบน้ำในแม่น้ำคงคา เพื่อลอยบาปนั้น เป็นพิธีที่มโฬหารอย่างล้นพ้นจริงๆ เพราะเมื่อถึงวันนั้นของทุกปี ประชาชนจะมืดฟ้ามัวดินไม่อาจนับได้ จะได้หลั่งไหลมาสู่แม่น้ำคงคา เพื่อลอยบาปอย่างล้นหลาม พิธีเผาศพที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ที่พูดกันมาจนไม่น่าเชื่อว่า แสงไฟได้ลุกโพลงเผาศพติดต่อกันมากกว่า ๕๐๐๐ ปี ไม่มีดับ ทุกวันนี้ก็ยังปรากฏอยู่ รวมทั้งพิธีถ่วงศพพรหมจารีลงในแม่น้ำคงคงด้วย เมืองกาสีโบาณ ก็ยังคงปรากฏให้เห็นได้ในปัจจุบัน อยู่ริมฝั่งเจ้าแม่คงคานั่นเอง
การเดินทางสู่สารนาถ การเดินทางไปสารนาถนั้น ควรถือเอาพาราณสีเป็นศูนย์กลางการเดินทาง (ห่างกันเพียง ๙ ก.ม.เศษ) เพราะสะดวกแทบทุกเส้นทาง (มีโรงแรมชั้นดีด้วย) ทางรถไฟแทบทุกสายผ่านพาราณสี ทางรถยนต์ รวมทั้งรถประจำทางด้วย ทางเครื่องบิน เมื่อถึงพาราณสีแล้ว หากพอมีเวลาจะต่อไปไหว้พระที่กุสินารา ลุมพินีเสียเลยก็ได้ไม่เสียเวลามากนัก วิธีที่สะดวกนิยมเหมารถแท็กซี่ไป-กลับ จะค้างระหว่างทาง ๑ คืนหรือ ๒ คืนตามสะดวก
๔. กุสินารา สถานที่ดับขันธปรินิพพาน
กุสินารา เรียกตามภาษาถิ่นว่า เรียกตามภาษาถิ่นว่า กุสินครา พระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ สถานที่นี้ เมื่อพระชนมายุได้ ๘๐ ปีพอดี ภายหลังจากฉันบิณฑบาตจากนายจุนทะ เป็นอาหารมื้อสุดท้าย กล่าวกันว่า นายจุนทะได้ถวายอาหารอันประณีตที่ประกอบไปด้วย สุกรมัททวะ ที่ตำราในเมืองไทยเราถอดความว่า เนื้อสุกร แต่ทางอินเดียวถือว่า เป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่หมูชอบกิน ปัจจุบันบ้านนายจุนทะ ที่พระพุทธเจ้าเสวยอาหารครั้งสุดท้ายยังเป็นเนินสูงใหญ่กว้าง ทางรัฐบาลอินเดียได้ให้ความคุ้มครองรักษาไว้ด้วยดี เส้นทางผ่านลำธาร กกุธานที มายังกุสินารายังมีปรากฏให้ประจักอยู่ เส้นทางนี้ ส่วนมากคณะไหว้พระไปไม่ถึง เพราะเส้นทางไม่สะดวกเท่าที่ควร ความจริงแล้วก็ไม่ไกลมากนัก
บริเวณ กุสินารา สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานนั้น ใหญ่กว้าง มีต้นไม้นานาพันธุ์ ร่มรื่มพอสมควร โดยเฉพาะหน้าพระคันธกุฎี ซึ่งเป็นโบราณวัตถุ มีต้นสาละปลูกไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อเป็นอนุสสติถึงพระพุทธองค์ องค์พระสถูป ปรินิพพาน เป็นทรงบาตรคว่ำสูงใหญ่ มีฉัตร ๓ ชั้นตอนบนสุด ได้พังเมื่อปลายปี ๒๕๐๖ ปัจจุบันจะเห็นได้ในลักษณะครึ่งท่อนขององค์พระสถูปเป็นโบราณวัตถุ ตอนหน้าองค์พระสถูปปรินิพพาน มีมหาวิหารเป็นพระคันธกุฎี มีพระพุทธรูปทรงไสยาสน์ ปางเสด็จดับขันธปรินิพาพานขนาดเขื่องพอสมควร รูปปั้นพระพุทธรูปปางปรินิพพานนี้งดงามมาก เห็นแล้วเหมือนพระพุทธองค์ทรงหลับอย่างสบาย ๆ ไม่มีพุทธลักษณที่ฝืน ๆหรือแบบนอนไม่สบาย อย่างบ้านเราหลาย ๆ วัดที่ปรากฏเช่นนั้นหลายท่านเห็นภาพพระพุทธองค์ปรินิพพานนี้แล้ว เป็นภาพที่เป็นธรรมชาติจริงๆ เสมือนหนึ่งพระองค์เพิ่งทรงจากไปใหม่ๆ จึงให้ต่างหลั่งน้ำตาไปตามๆ กัน ด้วยความเคารพสักการะในพระพุทธองค์
มกุฏพันธนเจดีย์ ที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ อยู่ห่างจากที่ปรินิพพาน ๑ ก.ม. พอดี ปัจจุบันเป็นเนินดินและสูงใหญ่ ทางรัฐบาลอินเดียได้จัดรักษาให้มีรั้วล้อมรอบขอบชิดเป็นอย่างดี
กลับไปหน้าแรก